Saturday, November 3, 2012
10 ปีในชีวิตค้าแข้งของเวย์น รูนี่ย์ ตั้งแต่รูนี่ย์ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับเอฟเวอร์ตัน แว้บเดียวเท่านั้น ปัจจุบันเขาก็ค้าแข้งมานานถึง 10 ปีเต็มแล้ว ไปย้อนดูกันว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เขาได้สร้างวีรกรรมอะไรที่น่าสนใจบ้าง
ปี 2002 เด็กหนุ่มวัย 16 แห่งเอฟเวอร์ตัน ปิดฉากตำนาน 30 เกม ไม่แพ้ใครของอาร์เซนอล ในวันที่ 19 ตุลาคม 2002 ไม่กี่วันก่อนวันเกิดอายุ 17 ของเขา โดยรูนี่ย์ลงมาจากม้านั่งสำรอง และยิงไกลสุดสวยจากระยะ 25 หลาผ่านมือ เดวิด ซีแมน ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ที่ยิงประตูได้ ก่อนสถิติจะถูกทำลาย โดยเจมส์ มิลเนอร์ และ เจมส์ วอห์น ในเวลาต่อมา ปี 2003 ผ่านปีใหม่มาได้ สองสัปดาห์ รูนี่ย์ ได้รับการต่อสัญญากับเอฟเวอร์ตัน จากเดิมที่ได้รับค่าเหนื่อย 90 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ พุ่งพรวดเดียวเป็น 14000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ปี 2004 ในเดือนสิงหาคมปี 2004 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตัดสินใจจ่ายเงิน 27 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อตัวเด็กหนุ่มวัย 18 มาร่วมถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ท่ามกลางคำถามว่า ราคานี้แพงเกินไปหรือไม่ ? ปี 2005 รูนี่ย์แสดงให้เห็นว่า การซื้อตัวของแมนฯยูไนเต็ดคุ้มค่า เมื่อคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA โดยในวันเดียวกับที่ได้รางวัล เขายิงประตูวอลเลย์สุดเหลือเชื่อในนิวคาสเซิล ในเกมที่แมนฯยูไนเต็ด ชนะ 2-1 ด้วย ปี 2006 รูนีย์ได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA เป็นสองสมัยติดต่อกัน นอกจากนั้นยังได้รางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำปี จากการโหวตของแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย ปี 2007 สามปีหลังจากร่วมทีมแมนฯยูไนเต็ด รูนี่ย์ ในที่สุดก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ โดยในฤดูกาล 2006-07 เขายิงประตูไป 14 ลูก และแอสซิสต์อีก 11 ครั้ง ปี 2008 รูนี่ย์ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกสมัยในฤดูกาล 2007-08 โดยเป็นยุคสามทหารเสือตัวรุกที่ร้ายกาจของแมนฯยูไนเต็ด (รูนี่ย์ – โรนัลโด้ – เตเวซ) จากนั้นเดินทางไปคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกที่มอสโก ด้วยการเอาชนะจุดโทษเหนือเชลซี แบบสุดมันส์ ปี 2009 ไม่ใช่แค่คว้าแชมป์อีกสมัยในฤดูกาล 2008-09 เท่านั้น แต่รูนี่ย์ยังยิงประตูที่ 100 และ 101 ในทีมปิศาจแดง ในเกมที่แมนฯยูไนเต็ด ถล่มวีแกน แอธเลติก 5-0 ในเดือนสิงหาคม ปี 2010 แค่สองวันหลังจากประกาศอำลาทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2010 รูนี่ย์ ช็อกโลกอีกครั้ง ด้วยการกลับลำเซ็นสัญญาฉบับใหม่ระยะเวลา 5 ปี กับทีมปิศาจแดง โดยมีข่าวลือว่าเหตุผลหลักที่ต้องการย้ายในทีแรก คือ กลัวว่าแมนฯยูไนเต็ด จะไม่ทุ่มงบประมาณซื้อนักเตะใหม่ๆอีก แต่ หลังจากปรับความเข้าใจกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สุดท้าย รูนี่ย์ก็ต่อสัญญา และทำสถิติเป็นนักฟุตบอลที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก แซงหน้า ยาย่า ตูเร่ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปอีก ปี 2011 ด้วยลูกโอเวอร์เฮดคิกสุดมหัศจรรย์ ทำให้รูนี่ย์ พาทีมเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ 2-1 อย่างน่าประทับใจ และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในบั้นปลาย นอกจากนั้น ประตูนี้ ยังได้รับการโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมในรอบ 20 ปี ของพรีเมียร์ลีก เอาชนะลูกยิงสวยๆหลายลูก ทั้งลูกโชว์ทริกของเดนนิส เบิร์กแคมป์ (อาร์เซนอล v นิวคาสเซิล) รวมถึงลูกวอลเลย์นอกเขตโทษของเธียร์รี่ อองรี (อาร์เซนอล v แมนฯยูไนเต็ด) ได้อย่างสวยงาม ปี 2012 หลังจากยิงประตูใส่สโต๊ก ซิตี้ไป 2 ลูก ทำให้รูนี่ย์ ยิงประตูทุกถ้วยรวมกันในชีวิตนี้ไปแล้ว 200 ลูก (นับเฉพาะสโมสร) ซึ่งเจ้าตัวก็ตั้งเป้าจะยิงเพิ่มให้ได้ไปถึงหลัก 300 ในอนาคตอันใกล้ นั่นคือเหตุการณ์ที่น่าสนใจของเวย์น รูนี่ย์ในแต่ละปี ซึ่งเราก็ต้องมาดูกันว่าในอนาคตรูนี่ย์จะสร้างสถิติอะไรที่น่าสนใจขึ้นมาอีกหรือไม่ โดยเฉพาะกับเกียรติประวัติในทีมชาติ ที่จนถึงวันนี้เขายังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment