หากเราพูดถึงตำแหน่งแบ็กซ้ายทีมชาติไทยใครหลายคนอาจนึกไปถึง ''โอ่ง'' ดุสิต เฉลิมแสน ซ้ายดาราเอเชียหนึ่งเดียวของไทย
และตอนนี้ทางทีมชาติไทยก็มีตัวแทนที่ดีและเหมาะสมแล้วนั่นก็คือ ''บอย'' อนุชา กิจพงษ์ศรี แบ็กซ้ายติดเทอร์โบ ที่ความเร็วไม่เป็นรองใครในดินแดนสยามประเทศแห่งนี้อย่างแน่นอน ทำให้สื่อต่างๆ คาดหมายว่าผู้เล่นหมายเลข 11 คนนี้ จะยึด 11 ตัวจริงทางกราบซ้ายของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน
''ซ้ายติดจรวด'' รายนี้เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังมาตลอดจนเกือบต้องเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว แต่ด้วยกำลังใจจากรอบข้าง รวมไปถึงคนสำคัญอย่างภรรยาคู่ชีวิตของเขาในตอนนี้ อยู่ดูแลมาโดยทำตลอด ทำให้ บอย ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอาการบาดเจ็บและลุกขึ้นสู้อีกครั้งในเส้นทางลูกหนังอาชีพ ด้วยการเซ็นสัญญาเล่นกับทีมพัทยา ยูไนเต็ด ก่อนที่แบ็กซ้ายรายนี้จะฉายแววเจิดจรัสไปเข้าตา ''โค้ชเฮง'' และทำให้เขา ย้ายมาอยู่กับ ''ฉลามชล'' ชลบุรี เอฟซี ในที่สุด
การตัดสินใจย้ายมายังสุดยอดทีมแห่งทิศบูรพาในครั้งนั้นเปรียบเสมือนการ ''กลับมาเกิดใหม่'' ของเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง รวมไปถึงเส้นทางในการลงรับใช้ในนามทีมชาติไทยอีกด้วย ซึ่งภายใต้ยุคของ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ นั้น บอย ได้รับโอกาสเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งทางกราบซ้ายของทีมชาติไทยเสมอ แต่ในตอนแรกนั้นอาจจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อคนคนหนึ่งที่พร้อมจะรับใช้ชาติ ทำไมถึงจะเป็นไปไม่ได้ บอย ได้รับโอกาสครั้งสำคัญของตัวเองอีกครั้งในนามทีมชาติไทยกับรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่จะถึงนี้
โดยการลงเล่นฟุตบอลรายการชิงแชมป์อาเซียนนั้น บอย ติดทีมชาติปีนี้เป็นปีแรก โดยเขาตั้งใจว่าจะทำให้ปีแรกที่เขาติดมาเล่นรายการนี้ จะเป็นการติดครั้งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของเขาอีกครั้งหนึ่ง ''ผมทุ่มเทเต็มที่แน่นอนสำหรับการเล่นทีมชาติไทย รวมไปถึงการที่ผมเล่นรายการนี้ครั้งแรกด้วย ทำให้ผมมีความมุ่งมั่นเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งเป้าหมายคงไม่ต่างอะไรจากเพื่อนคนอื่นๆ แน่นอน คือทวงความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยกลับคืนมา ต้องแชมป์เท่านั้น''
และในตำแหน่งทางกราบซ้ายของทีมชาติไทย บอย ถูกคาดหมายว่าจะได้ลงเล่นกับ ''เจ้าอุ้ม'' ธีราธร บุญมาทัน ผู้ที่เห็น บอย เป็นไอดอลมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่ง บอย ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า ''ยอมรับว่าผมกับอุ้มถ้าโค้ชให้โอกาสลงเล่นด้วยกัน คงจะต้องปรับจูนกันอีกหน่อย ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องยากมากนัก เพราะการที่ผมเล่นคู่กับเหมี่ยวในทีมชลบุรีนั้นสไตล์ทั้งคู่ไม่ได้แตกต่างกันมาก ตอนนี้จึงเป็นแค่การปรับจูนกันเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หากได้เล่นด้วยกันจริงๆ''
''การแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้พวกเราทุกคนมีความมุ่งมั่น พวกเราเก็บตัวด้วยกันมีความสามัคคีกัน ทำให้ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญที่เราจะต้องสื่อถึงแฟนฟุตบอลชาวไทยให้ได้ว่า เราลงไปคือเล่นเพื่อชาติจริงๆ ถ้าล้มเหลวครั้งนี้อีกก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเหมือนกัน ซึ่งผมก็อยากจะฝากบอกแฟนฟุตบอลชาวไทยว่า ผมอยากให้แฟนบอลทุกคนเข้ามาชมมาเชียร์นักฟุตบอลในสนาม เพราะว่าการลงเล่นมีคนดูกับไม่มี บรรยากาศมันต่างกันมาก ต่างกันจริงๆ ผมจึงอยากจะเห็นภาพที่แฟนฟุตบอลชาวไทยรวมใจกันมาเชียร์ทีมชาติไทยอีกครั้ง''
และตอนนี้ทางทีมชาติไทยก็มีตัวแทนที่ดีและเหมาะสมแล้วนั่นก็คือ ''บอย'' อนุชา กิจพงษ์ศรี แบ็กซ้ายติดเทอร์โบ ที่ความเร็วไม่เป็นรองใครในดินแดนสยามประเทศแห่งนี้อย่างแน่นอน ทำให้สื่อต่างๆ คาดหมายว่าผู้เล่นหมายเลข 11 คนนี้ จะยึด 11 ตัวจริงทางกราบซ้ายของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน
''ซ้ายติดจรวด'' รายนี้เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังมาตลอดจนเกือบต้องเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว แต่ด้วยกำลังใจจากรอบข้าง รวมไปถึงคนสำคัญอย่างภรรยาคู่ชีวิตของเขาในตอนนี้ อยู่ดูแลมาโดยทำตลอด ทำให้ บอย ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอาการบาดเจ็บและลุกขึ้นสู้อีกครั้งในเส้นทางลูกหนังอาชีพ ด้วยการเซ็นสัญญาเล่นกับทีมพัทยา ยูไนเต็ด ก่อนที่แบ็กซ้ายรายนี้จะฉายแววเจิดจรัสไปเข้าตา ''โค้ชเฮง'' และทำให้เขา ย้ายมาอยู่กับ ''ฉลามชล'' ชลบุรี เอฟซี ในที่สุด
การตัดสินใจย้ายมายังสุดยอดทีมแห่งทิศบูรพาในครั้งนั้นเปรียบเสมือนการ ''กลับมาเกิดใหม่'' ของเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง รวมไปถึงเส้นทางในการลงรับใช้ในนามทีมชาติไทยอีกด้วย ซึ่งภายใต้ยุคของ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ นั้น บอย ได้รับโอกาสเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งทางกราบซ้ายของทีมชาติไทยเสมอ แต่ในตอนแรกนั้นอาจจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อคนคนหนึ่งที่พร้อมจะรับใช้ชาติ ทำไมถึงจะเป็นไปไม่ได้ บอย ได้รับโอกาสครั้งสำคัญของตัวเองอีกครั้งในนามทีมชาติไทยกับรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่จะถึงนี้
โดยการลงเล่นฟุตบอลรายการชิงแชมป์อาเซียนนั้น บอย ติดทีมชาติปีนี้เป็นปีแรก โดยเขาตั้งใจว่าจะทำให้ปีแรกที่เขาติดมาเล่นรายการนี้ จะเป็นการติดครั้งแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของเขาอีกครั้งหนึ่ง ''ผมทุ่มเทเต็มที่แน่นอนสำหรับการเล่นทีมชาติไทย รวมไปถึงการที่ผมเล่นรายการนี้ครั้งแรกด้วย ทำให้ผมมีความมุ่งมั่นเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งเป้าหมายคงไม่ต่างอะไรจากเพื่อนคนอื่นๆ แน่นอน คือทวงความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยกลับคืนมา ต้องแชมป์เท่านั้น''
และในตำแหน่งทางกราบซ้ายของทีมชาติไทย บอย ถูกคาดหมายว่าจะได้ลงเล่นกับ ''เจ้าอุ้ม'' ธีราธร บุญมาทัน ผู้ที่เห็น บอย เป็นไอดอลมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่ง บอย ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า ''ยอมรับว่าผมกับอุ้มถ้าโค้ชให้โอกาสลงเล่นด้วยกัน คงจะต้องปรับจูนกันอีกหน่อย ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องยากมากนัก เพราะการที่ผมเล่นคู่กับเหมี่ยวในทีมชลบุรีนั้นสไตล์ทั้งคู่ไม่ได้แตกต่างกันมาก ตอนนี้จึงเป็นแค่การปรับจูนกันเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หากได้เล่นด้วยกันจริงๆ''
''การแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้พวกเราทุกคนมีความมุ่งมั่น พวกเราเก็บตัวด้วยกันมีความสามัคคีกัน ทำให้ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญที่เราจะต้องสื่อถึงแฟนฟุตบอลชาวไทยให้ได้ว่า เราลงไปคือเล่นเพื่อชาติจริงๆ ถ้าล้มเหลวครั้งนี้อีกก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเหมือนกัน ซึ่งผมก็อยากจะฝากบอกแฟนฟุตบอลชาวไทยว่า ผมอยากให้แฟนบอลทุกคนเข้ามาชมมาเชียร์นักฟุตบอลในสนาม เพราะว่าการลงเล่นมีคนดูกับไม่มี บรรยากาศมันต่างกันมาก ต่างกันจริงๆ ผมจึงอยากจะเห็นภาพที่แฟนฟุตบอลชาวไทยรวมใจกันมาเชียร์ทีมชาติไทยอีกครั้ง''
No comments:
Post a Comment